งานที่ต้องทำบนที่สูงไม่รอใคร ความผิดพลาดเล็กน้อยแปลว่าความเสี่ยงที่ใหญ่เกินยอมรับ สำหรับผู้รับเหมา โรงงาน คลังสินค้า และทีมซ่อมบำรุง การตัดสินใจว่าจะเช่าหรือซื้อรถกระเช้า ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัย ต้นทุน และความคล่องตัวของงานในอีกหลายปีข้างหน้า คำตอบไม่ได้มีสูตรสำเร็จ ต้องดูรูปแบบงาน ปริมาณใช้งาน สภาพไซต์ และโครงสร้างต้นทุนของกิจการตัวเองประกอบกัน
ตลอดสิบกว่าปีที่ผมดูแลฝั่งปฏิบัติการอุปกรณ์ยกคนในโรงงานและไซต์งานก่อสร้าง สิ่งที่เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ ทีมที่วิเคราะห์การใช้งานจริงได้ชัด มักตัดสินใจได้คุ้มทุนกว่าทีมที่เทียบแต่ราคาเครื่องอย่างเดียว บทความนี้จึงพาไล่เรียงกรอบคิด วิธีคำนวณ และจุดสังเกตภาคสนาม เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจระหว่างเช่าหรือซื้อ รวมถึงเปิดมุมมองเรื่อง “ขายรถกระเช้า มือสอง” และทางเลือก “รถกระเช้ามือสอง มีประกัน” ที่กำลังได้รับความนิยม
งานของคุณเป็นแบบไหน ใช้บ่อยแค่ไหน
เริ่มจากนิสัยการใช้งาน ไม่ใช่เริ่มที่ป้ายราคา เครื่องมือเดียวกันแต่รูปแบบงานต่างกัน ทำให้คำตอบเรื่องเช่าหรือซื้อกลับด้านได้ทันที ถ้าคุณเป็นผู้รับเหมางาน MEP ที่ต้องขึ้นทำงานสูงเป็นกิจวัตร แถมมีหลายไซต์รอคิว รถกระเช้าเป็นเสมือนอวัยวะเพิ่ม ถอดออกไม่ได้ การซื้ออาจคุ้มกว่าชัดเจน แต่ถ้าเป็นงานตามฤดูกาลหรืองานโครงการที่ใช้เป็นช่วงสั้น ๆ เช่น ติดตั้งป้ายสูงปีละไม่กี่ครั้ง การเช่าอาจลดภาระได้มากกว่า
ปัจจัยที่ต้องดูอย่างเป็นระบบ ได้แก่ ชั่วโมงใช้งานต่อเดือน จำนวนวันใช้งานต่อปี ประเภทพื้นและทางวิ่ง ความสูงและระยะเอื้อมที่ต้องการ ทีมช่างและพื้นที่ซ่อมบำรุง ประวัติอุบัติเหตุและนโยบายความปลอดภัยของลูกค้า เช่น บางไซต์ต้องการเอกสารมาตรฐานเครื่องและประวัติการตรวจสภาพแบบละเอียด การใช้รถจากผู้ให้เช่ารายใหญ่ทำให้ผ่านด่านเอกสารได้เร็วกว่า ส่วนบางกิจการมีทีมซ่อมพร้อมและใช้เครื่องยาว ๆ การเป็นเจ้าของจะให้ความต่อเนื่องมากกว่า
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ใช่แค่ป้ายราคา
คนส่วนมากดูแต่ราคาเครื่อง ทั้งที่ต้นทุนตลอดอายุการใช้งานต่างหากที่กินงบในระยะยาว ลองแยกค่าใช้จ่ายแบบเต็มภาพสำหรับสองทางเลือก
สำหรับการเช่า คุณจ่ายค่าเช่ารายวันหรือรายเดือน ค่าขนส่งไปกลับ ค่าอบรมผู้ใช้งานถ้ายังไม่มีใบอนุญาต และค่าปรับกรณีเสียหายหรือคืนเครื่องช้า คุณจะไม่แบกรับค่าซ่อมใหญ่ ไม่ต้องสำรองอะไหล่ ไม่ต้องหาที่จอดหรือชาร์จ เช่ารถกระเช้าระยะยาว แต่ต้องยอมรับได้หากช่วงพีกเกิดเครื่องไม่ว่างตามคิว หรือได้รุ่นที่ไม่ตรงสเปคเป๊ะ
สำหรับการซื้อ คุณจ่ายเงินก้อนใหญ่ตั้งแต่ต้น หรือผ่อนแบบลีสซิ่ง จากนั้นมีค่าประกันภัย ค่าตรวจสภาพตามระยะ ค่าซ่อมและอะไหล่ ค่าแรงช่าง ค่าจอดและชาร์จไฟหรือเติมเชื้อเพลิง รวมถึงโอกาสสูญเสียจากการจอดว่างเมื่อไม่มีงาน ที่สำคัญคือมูลค่าขายคืนในอนาคต รถกระเช้าบางรุ่นถือราคาได้ดี ถ้าบำรุงรักษาตามคู่มือและเก็บประวัติครบถ้วน
ตัวเลขหยาบในตลาดไทยสำหรับรถกระเช้าไฟฟ้ามือสอง 4 ล้อที่สภาพดี ราคามักอยู่ในช่วงหลักหลายแสนจนแตะล้านต้น ขึ้นกับปีผลิต ชั่วโมงการใช้งาน และยี่ห้อ คำค้นหาอย่าง ราคา รถกระเช้าไฟฟ้า 4 ล้อมือสอง หรือ รถกระเช้า 4 ล้อ ราคา จะเห็นช่วงราคาที่กว้าง ถ้าเป็นรถบูมลิฟท์มือสอง ราคา มักสูงกว่าแบบลิฟท์กรรไกร เพราะมีระยะเอื้อมและความสูงมากกว่า ส่วนราคารถกระเช้าไฟฟ้า 6 ล้อ หรือรุ่นติดแชสซี 6 ล้อ จะสูงขึ้นอีกตามความจุและขนาดงาน
ความต่างของประเภทเครื่อง ส่งผลตรงต่อความคุ้ม
รถกระเช้าไม่ได้มีแบบเดียว หลายกิจการซื้อผิดประเภทแล้วขาดทุนเพราะเครื่องไม่ตอบโจทย์งาน
ลิฟท์กรรไกร หรือที่บางคนเรียก x lift มือสอง หรือ รถ X-lift มือ สอง เหมาะกับพื้นเรียบในอาคาร คลังสินค้า ให้แพลตฟอร์มกว้าง รับคนและอุปกรณ์ได้มาก สินค้าประเภท x lift ขนาดเล็ก ราคา ไม่แรง ใช้ง่าย ซ่อมง่าย เหมาะสำหรับงานไฟฟ้า ไอที ด้านบนเชลฟ์ หรือระบบสปริงเกลอร์ แต่จำกัดเรื่องการเคลื่อนที่แนวนอนและทางวิ่งที่ขรุขระ
บูมลิฟท์ หรือรถกระเช้าบูม ลิ ฟ ท์ ราคา จะสูงกว่า จุดแข็งคือระยะเอื้อมแนวนอน ยื่นแขนข้ามสิ่งกีดขวางและทำงานบนพื้นที่ไม่เรียบได้ดีกว่า เหมาะกับไซต์ก่อสร้างกลางแจ้ง งานทาสีซุ้มสูง ติดตั้ง facade หรือซ่อมโครงหลังคา ราคามือสองขึ้นกับความสูงทำงาน 12 - 40 เมตร และชนิดขับเคลื่อน ไฟฟ้าหรือดีเซล
รถกระเช้าไฟฟ้ามือสอง ให้ค่าสึกหรอและค่าดูแลต่ำกว่าเครื่องยนต์สันดาป เสียงเงียบ ไม่มีไอเสีย จึงผ่านข้อกำหนดอาคารง่าย แต่ต้องมีระบบชาร์จและบริหารแบตเตอรี่ดี ๆ ส่วนรถกระเช้าขนาดเล็กที่ใช้ในภายในอาคาร เช่น รถกระเช้าไฟฟ้า ขนาดเล็ก ราคา เอื้อมถึงสำหรับธุรกิจ SME ที่ต้องการเครื่องแรกไว้ประจำทีมซ่อมบำรุง
บางองค์กรสนใจ รถกระเช้า มือ สอง ญี่ปุ่น เพราะชั่วโมงใช้งานต่ำและบำรุงดี จุดที่ต้องตรวจละเอียดคือมาตรฐานความปลอดภัยให้ตรงกับไทย ทั้งสติ๊กเกอร์เตือน คู่มือภาษา และการรับประกันหลังขาย
ตัวอย่างคำนวณแบบง่าย ใช้ได้กับ现场จริง
สมมติคุณรับงานซ่อมระบบไฟในอาคาร โครงการลากยาวทั้งปี ใช้ลิฟท์กรรไกรไฟฟ้าความสูงทำงาน 10 - 12 เมตร เดือนละ 12 วัน วันละ 6 ชั่วโมง ถ้าเช่าแบบรายเดือน เฉลี่ยเดือนละ 40,000 - 55,000 บาท รวมขนส่ง ถ้าซื้อ ลิฟท์กรรไกร มือสอง ที่สภาพดี ราคา 350,000 - 600,000 บาท บวกค่าบำรุงรักษาปีละ 25,000 - 40,000 บาท เช่ารถกระเช้าเพื่อซ่อมบำรุง และค่าไฟชาร์จที่ถือว่าน้อย เทียบจำนวนวันใช้งาน 144 วันต่อปี ค่าเช่าทั้งปีราว 480,000 - 660,000 บาท การซื้อจึงคืนทุน 8 - 16 เดือน ขึ้นกับราคาและค่าดูแล สมมติขายต่อปลายปีที่สามที่ 50 - 60 เปอร์เซ็นต์ของราคาซื้อ การเป็นเจ้าของจะคุ้มชัดเจน
กลับกัน ถ้าคุณเป็นเอเจนซี่งานอีเวนต์ ใช้รถเพียงงานละ 2 - 3 วัน ปีหนึ่งแค่ 6 - 8 งาน ค่าเช่าครั้งละ 10,000 - 20,000 บาทพร้อมขนส่ง รวมปีละไม่ถึง 160,000 บาท การซื้อเครื่องมักไม่คุ้ม ทั้งยังต้องเก็บเครื่อง วนแบต และตรวจสภาพเป็นระยะโดยแทบไม่มีรายได้คั่น
ความเสี่ยงที่คนมองข้ามเมื่อถือเครื่องเอง
การเป็นเจ้าของมีอิสระ แต่ต้องรับความเสี่ยงหลายด้านครบถ้วน ทีมที่พร้อมจะซื้อเครื่องควรมีวินัยด้านเอกสารและบำรุงรักษา เครื่องมือที่ทำงานบนที่สูงห้ามประหยัดผิดที่ผิดทาง กรณีแบตเตอรี่เสื่อมเร็วเพราะชาร์จผิดวินัย ค่าเปลี่ยนก้อนใหญ่กินกำไรทันที เช่นเดียวกับยางตันและชิ้นส่วนระบบไฮดรอลิกที่ราคาสูง หากไซต์งานอยู่บนพื้นขรุขระโดยไม่มีการเตรียมทางวิ่ง ยางและเพลาจะสึกเร็วกว่าคู่มือหลายเท่า
อีกจุดที่ต้องคิดคือผู้ควบคุมเครื่อง คนขับที่ไม่มีใบรับรองหรือไม่มีประสบการณ์เฉพาะรุ่น ทำให้ความเสี่ยงอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นอย่างมาก ผู้ให้เช่ามักบังคับอบรมและตรวจความพร้อมก่อนส่งมอบ ต่างจากการเป็นเจ้าของที่คุณต้องจัดระบบเองทั้งหมด ผมเห็นหลายกิจการประหยัดค่าฝึกอบรมครั้งแรก สุดท้ายเสียมากกว่านั้นทั้งค่าซ่อมและเวลาเสียงาน
เมื่อไหร่ควรมองหารถกระเช้ามือสอง
ตลาดรถกร�%B